7 สิ่งมหัศจรรย์ที่เป็นต้นแบบในเรื่อง Game of Throne

7 สิ่งมหัศจรรย์ที่เป็นต้นแบบในเรื่อง Game of Throne

ในเรื่อง Game of Throne นั้น แฟน ๆ น่าจะมีคุ้นเคยกับกับสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ตามเมืองสำคัญๆ ในเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กำแพงน้ำแข็ง The Wall, พีระมิดเมืองมีรีน (Meereen), หรือ รูปปั้นยักษ์แห่งบราวอส ซึ่งสถานที่เหล่านี้ก็ปรากฎให้เราเห็นอยู่แทบทุกครั้งในฉากไตเติ้ลของเรื่องด้วย แล้วรู้หรือไม่ว่าสถานที่เหล่านั้นมีต้นแบบมาจากสิ่งมหัศจรรย์ต่าง ๆ ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างนั้นเราไปดูกันเลย

The Wall

แนวปราการน้ำแข็ง ยาว 482 กิโลเมตร ตั้งตระหง่านอยู่ยั้งยืนยง ป้องกันกองทัพ White Walkers มากว่า 8,000 ปี พร้อมๆ กับหน่วยผู้พิทักษ์ Night’s Watch ต่อมาภายหลังก็กลายเป็นกำแพงที่ใช้ป้องกันพวกคนเถื่อน (Wildlings) จากทางเหนือไปด้วยโดยปริยาย

ผู้เขียน George R. R. Martin เปิดเผยเองว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจเรื่องแนวกำแพงนี้มาจาก Hadrian Wall กำแพงหินที่ใช้ป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ (ชาวสก็อตแลนด์แต่เดิม) เช่นเดียวกัน สร้างโดยจักรพรรดิโรมัน นาม Hadrian ในปี ค.ศ. 122 และยังเป็นการกำหนดเขตแดนอย่างเป็นทางการของจักรวรรดิด้วย ปัจจุบันที่นี่ได้รับฐานะเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1987

The Great Pyramid of Meereen

มีรีน (Meereen) นครรัฐค้าทาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอสซอส (Essos) สัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ที่เห็นได้ชัดที่สุดของเมืองนี้ก็คือมหาพีระมิดแห่งมีรีน ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองด้วยความสูงกว่า 800 ฟุต มองลงมายังบ้านเมืองด้านล่างได้อย่างกว้างไกล สูงพอฟัดพอเหวี่ยงกับ The Wall ได้เลย

แน่นอนว่าต้นแบบก็คงเป็นที่ไหนไม่ได้ นอกจากมหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์นั่นเอง ความสูงเทียบเท่าตึก 40 ชั้นในยุคปัจจุบันได้

The Titan of Braavos

รูปปั้นขนาดยักษ์ทำจากหิน และสำริด คอยปกป้องเมืองตั้งแต่ปากอ่าวก่อนเข้าสู่เมืองบราวอส ด้านบนมีป้อมเป่าแตร เป็นสัญญาณการมาถึงของเรือ ใครได้เห็นครั้งแรกล้วนตะลึงในความยิ่งใหญ่อลังการด้วยความสูง 400 ฟุต

สำหรับแรงบันดาลใจของรูปปั้นนี้ ก็คือ เทวรูปโคโลสซูสแห่งเกาะโรดส์ (Colossus of Rhodes) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ เป็นรูปสำริดขนาดใหญ่ของเทพอพอลโล สร้างระหว่าง 292-280 ปีก่อนคริสตกาล น่าเสียดายที่มันถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวจนหมดแล้ว

The Hightower

หอคอย Hightower เป็นประภาคารที่อยู่ใน Oldtown เมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งทวีปเวสเทอรอส ซึ่งสถานที่จริงๆ น่าจะเป็นที่ประภาคารฟาโรส แห่งอเล็กซานเดรีย (Lighthouse of Alexandria) ประภาคารยักษ์ในอียิปต์ สร้างสมัยพระเจ้าปโตเลมี ประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ

The Water Gardens of Dorne

เมืองหลวงของแคว้นดอร์น ณ ดินแดนใต้สุดของเวอเทอรอส มีสวนสวยงาม เต็มไปด้วยดอกไม้พืชไม้นานาพรรณ อยู่เลียบริมฝั่งทะเล Summer Sea ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศอันรื่นรมย์เหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิตลอดเวลา

สถานที่ใกล้เคียงก็คือ สวนลอยแห่งบาบิโลน (HANGING GARDENS OF BABYLON) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ มีการบรรยายถึงสวนแห่งนี้ไว้ว่ามีพื้นที่กว่า 400 ตารางฟุต สร้างสูงขึ้นไปเป็นชั้น ๆ อุดมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ มีระบบชักรอกเพื่อรถน้ำต้นไม้จากชั้นบนสุด สร้างขึ้นเพื่อเป็นอุทยานพักผ่อนของพระมเหสีแห่งพระเจ้าเนบูคาดเนสซาร์ที่ 2 เพื่อบรรเทาความคิดถึงบ้านเกิดของพระนาง

The House of Black and White

วิหารแห่งเทพไร้หน้า กับคติประจำใจ “วาลาร์ มอร์กูริส” ตั้งอยู่ในเมืองบราวอส เป็นที่เก็บรักษาใบหน้าของคนตายเพื่อที่สมาชิกของลัทธิจะสามารถหยิบเอามาใช้ในการปฏิบัติภารกิจ โดยรูปลักษณ์ภายนอกของอาคารนี้ ดูยังไงก็คล้ายคลึงกันกับ วิหารอาร์ทิมีส (The Temple of Artemis at Ephesus) สร้างแด่เทพีอาร์ทิมิส ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศตุรกี เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเช่นกัน

Great Sept of Baelor

มหาวิหารที่เปรียบดั่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง 7 อาณาจักร ตั้งอยู่ที่เมืองหลวง King’s Landing ใช้จัดพีธีสำคัญทุกๆ อย่าง ตั้งแต่งานแต่งงานจนกระทั่งงานศพ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของเทวรูปทั้ง 7 ตั้งแต่ พระบิดา (Father) พระมารดา (Mother) นักรบ (Warrior) สาวพรหมจรรย์ (Maiden) ช่างตีเหล็ก (Smith) หญิงชรา (Crone) และ คนแปลกหน้า (Stranger)

ยุคโบราณเรามีวิหารที่มีเทวรูปขนาดใหญ่อยู่หนึ่งแห่ง นั่นคือเทวรูปซูสแห่งโอลิมเปีย (The Statue of Zeus at Olympia) สร้างเมื่อประมาณ 462 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันเหลือเพียงซากที่อยู่ในเขตเมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

แหล่งที่มา : travel.trueid.net