สำนวน-สุภาษิต ที่สะท้อน Stereotype แบบไทย

สำนวน-สุภาษิต ที่สะท้อน Stereotype แบบไทย สำนวนและสุภาษิต กล่าวถึงคำสอน ถ้อยคำข้อความที่มีไว้เพื่อเตือนสติ และสะท้อนให้เห็นค่านิยม หรือทัศนคติของคนในชาติ ว่าจะมีการแสดงท่าทีแบบใดต่อเรื่องที่มีความแปลกแยกจากบริบทสังคมแบบเดิม ๆ สุภาษิตนั้นจะเตือนสติกันหลักความจริง และมีการใช้สืบต่อมาแต่โบราณ ขณะที่สำนวนนั้นคือการนำเอาคำ กลุ่มคำมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบหรืออุปมาอุปไมย มีนัยแฝงอยู่อย่างลึกซึ้ง ซึ่งในวันนี้เราก็ได้มี 5 สำนวน-สุภาษิต ที่สะท้อนให้เห็น Stereotype หรือทัศนคติของไทย ที่เมื่อหลายคนอ่านจบแล้ว คงต้องหันกลับไปทบทวนตัวเองดูว่าเราจะปฏิบัติตามคำเตือนที่มีมาอย่างช้านาน หรือจะเดินหน้าต่อเพื่อให้โลกจำ ปากว่าตาขยิบ ความหมายตามราชบัณฑิตยสถาน หมายถึงคนที่ชอบพูดอย่างหนึ่งทำอีกอย่างหนึ่ง และถ้าอธิบายตามบุคลิกท่าทาง ให้นึกถึงคนที่ปากพาเจรจาไปเรื่อย แต่ขยิบตาเพื่อให้พรรคพวกของตนเองไปทำเรื่องที่ไม่ตรงกับที่เจรจา ลักษณะเช่นนี้สามารถนำเอาไปเปรียบเทียบกับ ลักษณะนิสัยของคนที่ชอบแสดงออกมาว่าเป็นคนดี แต่ลับหลังแล้วก็ทำอะไรไม่แตกต่างจากคนที่พวกเขากล่าวหาว่าร้าย เพียงแต่ยังไม่มีใครจับได้ไล่ทัน ก็เลยยังคงมีพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อไป มือถือสากปากถือศีล เป็นสำนวนที่หมายถึงคนที่มักแสดงตัวว่าเป็นผู้มีศีลธรรม แต่หลับหลัง (หรือต่อหน้า) กลับประพฤติชั่วและแก้ตัวด้วยการอ้างว่าตนเองเป็นคนดี สำนวนนี้สะท้อนให้เห็นว่ามีคนลักษณะเช่นนี้มาเนิ่นนานแล้วในสังคมไทย หรือแม้แต่สังคมโลกและเพื่อทำให้เราได้รู้ว่ามนุษย์เราไม่ได้มีด้านเดียว ด้านที่พวกเขาแสดงออกต่อสังคมมักจะเป็นด้านที่ดูสวยงามและมีศีลธรรม แต่อีกด้านพวกเขาทำในสิ่งที่เราเองไม่อาจคาดถึงได้ เหมือนกับมือที่ถือสาก ที่หมายถึงเครื่องตี และความหยาบคาย ที่พร้อมจะเล่นงานคนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขาตลอดเวลา จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ความหมายของสุภาษิต “จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย” เรียกได้ว่าตรงตัว แม้ว่าเรื่องที่คุณทำจะดีต่อสังคมและผู้คน และทำให้ผู้คนเลื่อมใส […]