ภาวะทางอารมณ์ที่มีผลต่อจิตใจคุณแม่ตั้งครรภ์

ภาวะทางอารมณ์ที่มีผลต่อจิตใจคุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วงเวลาตั้งครรภ์ของผู้หญิงถือเป็นช่วงสำคัญ ที่จะต้องดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้ดี โดยเฉพาะสุขภาพใจที่คนเป็นแม่ต้องรักษาอารมณ์ให้คงที่และสร้างความสุขให้กับตัวเองเสมอ เพื่อส่งผลให้ลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย แต่ถ้ากลับต้องเจอปัญหาหรือไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ ก็อาจจะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตใจที่นำพาไปสู่ความเสี่ยงต่าง ๆ ดังนั้นลองมาดู 5 ปัญหาสุขภาพจิตที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องเผชิญกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย โรควิตกกังวล โรควิตกกังวลที่มากเกินกว่าคนทั่วไป จะเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ในช่วงกำลังตั้งครรภ์ โดยจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ โดยเป็นการคิดและการทำที่วนเวียนอยู่แต่กับเรื่องเดิม ๆ เช่น การเดินมาดูห้องใดห้องหนึ่งอยู่ตลอด เพราะกังวลว่าจะมีคนอยู่หรือไม่? ล็อคประตูแล้วหรือยัง? การโทรศัพท์ไปหาคนใดคนหนึ่งอยู่ตลอด เพราะกังวลหรือเป็นห่วง รวมไปถึงเรื่องเล็กน้อยที่มักจะทำบ่อยจนลืมตัว ถือว่าเป็นการแบบย้ำคิดย้ำทำที่เกิดขึ้นจากความวิตกกังวลที่มีสูงเกินไป โรคซึมเศร้า คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดจะเผชิญกับปัญหาโรคซึมเศร้าได้มากที่สุด โดยจะมีสภาวะอารมณ์ที่ผิดปกติไปจากเดิม รู้สึกเครียด เศร้า และมีความกังวลต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งยังมีอาการนอนไม่หลับ อาการสมาธิสั้น และความรู้สึกฉุนเฉียวง่าย ผสมผสานอยู่ภายในหนึ่งเดียว ซึ่งโรคนี้จะมีปัจจัยหลายด้านที่อาจจะทำให้ถูกกระตุ้น ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอด ควรดูแลจิตใจของตัวเองให้ดี พร้อมการปรึกษาแพทย์อย่างรวดเร็ว พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ หนึ่งในปัญหาทางจิตใจของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ที่ส่งผลมากเช่นกัน คือ อาการทานที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทานมากเกินไป หรือการไปทานเลย ส่งผลมาจากความผิดปกติทางอารมณ์และสภาพร่างกาย จึงทำให้พฤติกรรมของการรับประทานอาหารไม่เหมือนเดิมและอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากขึ้นอีกด้วย โรคไบโพลาร์ ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะรู้สึกถึงอารมณ์ที่สลับขั้วและมักจะมารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอยู่เสมอ จึงทำให้คุณแม่บางรายอาจไม่สามารถบริหารอารมณ์ของตัวเองให้ดีพอ ซึ่งถ้าคุณกำลังเผชิญกับอารมณ์เหล่านี้ พร้อมมีอาการพูดเร็ว, นอนไม่หลับ, […]

วิธีเสริมสร้างสุขภาพใจให้สดใส

วิธีเสริมสร้างสุขภาพใจให้สดใส ทุกวันนี้สังคมของเรานั้นเต็มไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย หลายคนต้องเจอกับสารพัดปัญหาคอยรุมเร้า ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจทั้งในทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกิดทั้งความทุกข์ ความเครียด ซึมเศร้า กังวลใจ ฯลฯ หากปล่อยทิ้งไว้ย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอน ดังนั้นใครที่กำลังรู้สึกจิตใจห่อเหี่ยว ลองมาใช้ 5 วิธีต่อไปนี้ช่วยเติมพลังใจ ไล่ความทุกข์ให้หายไปกันดีกว่า ฝึกทำสมาธิ หลายครั้งที่รู้สึกไม่สบายใจเป็นเพราะเราจมอยู่กับความคิดหรือเรื่องราวบางอย่างวนเวียนซ้ำ ๆ โดยหนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยให้หลุดพ้นจากความคิดที่ส่งผลทางลบต่อสภาพจิตใจ ก็คือการทำสมาธิ หยุดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมด การทำสมาธินอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบลงได้แล้ว ยังช่วยทำให้เราคิดถึงสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ความคิดที่จะทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ ทำให้จิตใจห่อเหี่ยว เราก็จะสามารถลบทิ้งมันไปได้แบบไม่ยาก ฟังเพลงที่ชอบ หลายคนคงเคยได้ยินว่า คนที่กำลังเสียใจมักชอบฟังเพลง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การฟังเพลงสามารถช่วยให้จิตใจของเราผ่อนคลาย ยิ่งถ้าเป็นเพลงที่เราชอบ เวลาที่ฟังอารมณ์ความรู้สึกของเราก็จะเคลิบเคลิ้มไปกับท่วงทำนองหรือเนื้อเพลง จากที่รู้สึกดาวน์ สุขภาพจิตใจก็จะเริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ระบายความทุกข์เป็นตัวอักษรใส่ไดอารี่ วิธีที่จะละทิ้งความทุกข์ที่เกาะกินจิตใจและคอยวนเวียนอยู่ในความคิดที่ง่ายที่สุด ก็คือ เขียนระบายสิ่งเหล่านั้นออกมา ซึ่งการเขียนไดอารี่ นอกจากจะช่วยให้เราได้ปลดปล่อยความทุกข์ต่าง ๆ ที่อยู่ในใจผ่านตัวอักษรแล้ว เรายังมีโอกาสได้ค่อย ๆ นั่งทบทวนถึงความทุกข์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ซึ่งอาจทำให้คุณมองเห็นทางออกของปัญหาก็เป็นได้ พูดคุยกับคนใกล้ชิด ในวันที่ทุกข์ใจ สุขภาพจิตใจห่อเหี่ยวไม่สดใส การได้มีใครสักคนอยู่เคียงข้างเพื่อพูดคุยปรับทุกข์ เป็นวิธีที่ดีที่จะสามารถช่วยเยียวยารักษาความทุกข์ได้ เพราะปัญหาต่าง […]