รู้จักรอยแผลเป็นจากสิว และวิธีรักษา

รู้จักรอยแผลเป็นจากสิว และวิธีรักษา

ปัญหาสิว ปัญหาที่หลายคนไม่อยากเจอ แต่ก็ต้องเจอกันอยู่ดี ซึ่งหลังจากค้นหาวิธีสารพัดมาจัดการให้สิวยุบ คิดว่าปัญหาจบ ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะหลังจากสิวหายก็ดันทิ้งรอยแผลเป็นไว้เตือนใจให้คิดถึง ส่องกระจกทีปวดใจทุกที ทำให้เวลาเป็นสิวนอกจากจะต้องหาวิธีรักษาสิว ยังจะต้องหาวิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิวอีกด้วย แต่ก่อนจะไปรักษารอยแผลเป็นนั่นเราจะต้องรู้จักรอยแผลเป็นของสิวกันก่อน ซึ่งวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับรอยแผลเป็นจากสิวทั้ง 3 แบบ และวิธีรักษากันถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

Hypertrophic Scars

รอยแผลที่มีลักษณะเป็นตุ่มหรือก้อนเล็ก ๆ นูนขึ้นมาเหนือผิวหนังปรกติ สีเข้ม ขอบและขนาดของรอยแผลจะเท่ากับขนาดของสิวเดิมที่เป็น อาจมีอาการคันและระคายเคืองในช่วงแรก ปกติจะเกิดจากสิวที่ขึ้นบริเวณหน้าอกหรือหลัง

การรักษารอยแผลประเภทนี้ รักษาได้โดยใช้ครีมรักษารอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของวิตามิน E เพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังเร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์บริเวณนั้น ๆ ให้เร็วขึ้น หรือเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเพื่อฉีดยาในกลุ่มสเตียรอยด์อย่างคอร์ติโซน (Cortisone) ที่ออกฤทธิ์ลดขนาดรอยแผลเป็นที่นูนให้เล็กและอ่อนนุ่มลงได้ เพื่อให้การรักษาและควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะเท่านั้น

Atrophic Scars

รอยแผลเป็นที่เป็นรอยลึกลงในผิวหนัง หรือหลุมสิว มีสีใกล้เคียงกับสีผิวปรกติ มักเป็นรอยที่เกิดจากสิวหรือโรคอีสุกอีใส เกิดจากการที่คอลลาเจนถูกทำลาย ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณผิวหน้า

วิธีการักษาแผลเป็นประเภทนี้ที่เห็นผลเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การทำเลเซอร์เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว แต่ราคาในการรักษาค่อนข้างสูง หากใครยังไม่พร้อม ก็สามารถเลือกครีมรักษารอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของสารในกลุ่มเรตินอยด์อย่าง เรติน-เอ ก็ช่วยได้ แต่หากคุณกำลังตั้งครรภ์ ไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวในกลุ่มเรตินอยด์ ควรขอคำปรึกษาเรื่องปัญหาผิวกับแพทย์ผิวหนังโดยตรงเท่านั้น

Dark Spots

หลังจากสิวหรือแผลหาย ร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังในส่วนที่เคยเกิดการอักเสบนั้น ๆ จึงทำให้การผลิตเมลานินมีมากกว่าปกติ สีผิวบริเวณที่เคยเป็นสิวจึงมีสีเข้มขึ้นกว่าปรกติ กลายเป็นจุดด่างดำหรือจุดแดง

วิธีการรักษาแผลเป็นประเภทนี้ถือว่าทำได้ไม่ยาก เพียงใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารในกลุ่ม ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) และ AHA เพื่อช่วยยับยั้งการสร้างเมลานินในชั้นผิว ทำให้สีผิวจางลง จุดด่างดำ หรือรอยแดงจากสิวจะค่อย ๆ หายไป สีผิวจะกลับมาเรียบเนียนสม่ำเสมอดังเดิม

แหล่งที่มา : www.trueplookpanya.com